เปรียบเทียบอุตสาหกรรมการผลิตในไทยกับเวียดนามในมุมของการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อรับมือ Industry 4.0 ใครคือเสือตัวต่อไปของอาเซียน
Cameron Hart June 6, 2026 0

การพัฒนาทักษะดิจิทัลในอุตสาหกรรมการผลิตของไทยและเวียดนามเพื่อรับมือ Industry 4.0

อุตสาหกรรมการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใต้ยุค Industry 4.0 ซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และระบบอัตโนมัติ ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก การพัฒนาทักษะดิจิทัลจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของแรงงานและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิต โดยในบทความนี้จะเปรียบเทียบความสามารถและแนวโน้มของประเทศไทยและเวียดนามในด้านนี้ เพื่อวิเคราะห์ว่าใครคือ “เสือตัวต่อไป” ของอาเซียนในด้านการผลิตยุคดิจิทัล

ภาพรวมของอุตสาหกรรมการผลิตและการพัฒนาทักษะดิจิทัลในไทยและเวียดนาม

การพัฒนาทักษะดิจิทัลในอุตสาหกรรมการผลิตหมายถึงการเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เช่น การใช้ระบบหุ่นยนต์ในสายการผลิต การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการจัดการระบบอัตโนมัติ ทั้งนี้ ธนาคารโลกและสถาบันวิจัยหลายแห่งนิยามว่าทักษะดิจิทัลเป็นปัจจัยชี้วัดที่สำคัญในการก้าวเข้าสู่ Industry 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิผล

สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมการผลิตมีความแข็งแกร่งในกลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ยังพบว่าแรงงานส่วนใหญ่ยังขาดทักษะดิจิทัลขั้นสูงที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของ Industry 4.0 ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อปี 2566 พบว่าประมาณ 40% ของแรงงานในภาคการผลิตยังไม่มีทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐาน

ในขณะที่เวียดนาม แม้ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยมีนโยบายส่งเสริมการศึกษาด้านเทคโนโลยีและการลงทุนในโรงงานที่เป็น Industry 4.0 มากขึ้น เช่น โครงการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในเวียดนาม ส่งผลให้เวียดนามมีกำลังแรงงานที่เรียนรู้และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ได้รวดเร็วกว่าไทยในบางภาคส่วน

เปรียบเทียบอุตสาหกรรมการผลิตในไทยกับเวียดนามในมุมของการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อรับมือ Industry 4.0 ใครคือเสือตัวต่อไปของอาเซียน

ทักษะดิจิทัลและการพัฒนาในอุตสาหกรรมการผลิตของไทย

การพัฒนาทักษะดิจิทัลในแรงงานไทย

ทักษะดิจิทัลในแรงงานไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับพื้นฐานถึงปานกลาง ซึ่งรวมถึงความสามารถในการใช้ซอฟต์แวร์พื้นฐาน การประยุกต์ใช้อุปกรณ์ IoT เบื้องต้น และความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลดิจิทัล อย่างไรก็ตาม คนที่มีทักษะเฉพาะด้านอย่างเชี่ยวชาญหรือสามารถบริหารจัดการระบบอัตโนมัติยังมีจำนวนน้อย

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ระบุว่าในปี 2565 โรงงานอุตสาหกรรมไทยที่เริ่มปรับใช้ระบบ Industry 4.0 มีเพียง 25% เท่านั้นที่มีการอบรมและพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับแรงงานอย่างเป็นระบบ

นโยบายและโครงการสนับสนุน

รัฐบาลไทยได้ริเริ่มโครงการต่างๆ เช่น “ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในภาคอุตสาหกรรม แต่การกระจายตัวของโครงการยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ที่ยังขาดทั้งงบประมาณและบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลเพียงพอ

ทักษะดิจิทัลและการพัฒนาในอุตสาหกรรมการผลิตของเวียดนาม

ศักยภาพแรงงานและการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีในเวียดนาม

เวียดนามมีแรงงานหนุ่มสาวที่มีความกระตือรือร้นและไวต่อเทคโนโลยีใหม่ รายงานจาก World Economic Forum ระบุว่า เวียดนามมีอัตราการเติบโตของกลุ่มแรงงานที่มีทักษะดิจิทัลเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ต่อปี โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่มีการนำระบบอัตโนมัติมาใช้มากขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจเพื่อจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ที่เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ ส่งผลให้แรงงานสามารถปรับตัวและรองรับเทคโนโลยีใหม่ได้รวดเร็วกว่า

การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน

เวียดนามมีนโยบายที่ชัดเจน เช่น โครงการ “Vietnam Industry 4.0” ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการผลิตที่ทันสมัยควบคู่ไปกับการยกระดับทักษะดิจิทัลของแรงงาน นอกจากนี้ยังได้รับการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เช่น Samsung, Intel ที่มาช่วยสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการฝึกอบรมแรงงานในประเทศ

สรุปและการประเมินว่าใครคือ “เสือตัวต่อไป” ของอาเซียนในด้านการผลิต Industry 4.0

เมื่อพิจารณาจากการพัฒนาทักษะดิจิทัลในอุตสาหกรรมการผลิต ไทยยังมีจุดอ่อนในส่วนของการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะเฉพาะด้านและการสนับสนุนในวงกว้าง โดยเฉพาะในภาค SMEs ขณะที่เวียดนามมีการลงทุนในการพัฒนาแรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เข้มแข็งและขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ เวียดนามมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นมาเป็น “เสือตัวต่อไป” ของอาเซียนในแง่ของการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย Industry 4.0 เนื่องจากความพร้อมของแรงงานใหม่และการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนที่เข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีศักยภาพและโอกาสในการเร่งพัฒนาได้ หากสามารถแก้ไขจุดด้อยด้านการศึกษาและฝึกอบรมทักษะดิจิทัลอย่างจริงจังและครบวงจร

ท้ายที่สุด ความสำเร็จในการรับมือ Industry 4.0 ของทั้งสองประเทศจะขึ้นอยู่กับการลงมือปฏิบัติและความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะสูงและมีความพร้อมต่อเทคโนโลยีในอนาคต

Category: